|
พระราชบัญญัติ องค์การบริหารส่วนจังหวัด
โครงสร้างรวมและอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ( อบจ .)
ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ.2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
ถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2546
.
สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด( มาตรา 9)
1. สภา อบจ . ประกอบด้วยสมาชิกสภา อบจ . ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วย
การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
จำนวนสมาชิกสภา
อบจ . ให้ถือเกณฑ์จำนวนราษฎรแต่ละจังหวัด
ราษฎรไม่เกินห้าแสนคน = 24 คน
ราษฎรห้าแสนคนแต่ไม่เกินหนึ่งล้านคน = 30 คน
ราษฎรเกินหนึ่งล้านคนแต่ไม่เกินหนึ่งล้านห้าแสนคน = 36 คน
ราษฎรเกินหนึ่งล้านห้าแสนคนแต่ไม่เกินสองล้านคน = 42 คน
ราษฎรเกินสองล้านคนขึ้นไป = 48 คน
ในอำเภอหนึ่งให้มีสมาชิกสภา
อบจ . ได้ 1 คน ส่วนจะมีจำนวนเท่าใดขึ้นอยู่กับจำนวนราษฎรของ อำเภอนั้น
2. อายุของสมาชิกสภา อบจ . มีกำหนดคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง
3. สภา อบจ . มีประธานสภา อบจ . 1 คน รองประธานสภา อบจ . 2 คน ซึ่ง
สภา อบจ . เลือกจากสมาชิกสภา อบจ . ดำรงตำแหน่งจนครบอายุของสภา อบจ
.
อำนาจหน้าที่ของสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด
1. เลือกประธานสภา อบจ . และรองประธานสภา อบจ . หรือมติให้ประธานสภา
อบจ . หรือรองประธานสภา อบจ . พ้นจากตำแหน่ง
2. เลือกกรรมการสามัญและกรรมการวิสามัญของสภา อบจ . และตั้งคณะกรรมการสามัญประจำสภา
อบจ .
3. รับทราบนโยบายของ นายก อบจ . ก่อนนายก อบจ . เข้ารับหน้าที่และรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน
ตามนโยบายที่ นายก อบจ . ได้แถลงไว้ต่อสภา อบจ . เป็นประจำทุกปี
4. อนุมัติร่างแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาและแผนพัฒนา 3 ปี ของ อบจ .
5. ให้ความเห็นชอบร่างข้อบัญญัติ อบจ . : ร่างข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี
และร่างข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมของ อบจ .
6. ในที่ประชุมสภา อบจ . สมาชิกสภา อบจ . มีสิทธิตั้งกระทู้ถามนายก
อบจ . หรือรองนายก อบจ . เสนอญัตติ ขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อให้นายก
อบจ . แถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นในการบริหารราชการ อบจ
. โดยไม่มีการลงมติ เสนอข้อสอบถามต่อประธานสภา อบจ . ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดชี้แจง
ข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับ อำนาจหน้าที่ของราชการส่วนภูมิภาค และให้หัวหน้าส่วนราชการซึ่งมาปฏิบัติหน้าที่ในเขตจังหวัดชี้แจง
ข้อเท็จจริงอันเกี่ยวกับงานในหน้าที่
7. การปรึกษาหารือในสภา อบจ . ต้องเป็นกิจการเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของ
อบจ . นั้นโดยเฉพาะ ห้ามปรึกษาหารือในเรื่องนอกเหนืออำนาจหน้าที่
นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (
มาตรา 35)
1. อบจ . มีนายก อบจ . 1 คน ซึ่ง มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนตามกฎหมายว่าด้วย
การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ดำรงตำแหน่งนับแต่วันเลือกตั้งและมีวาระ
อยู่ในตำแหน่งคราวละ 4 ปี นับแต่วันเลือกตั้ง แต่จะดำรงตำแหน่งเกิน
2 วาระไม่ได้ เมื่อได้ดำรงตำแหน่ง 2 วาระติดต่อกันแล้วจะดำรงตำแหนงได้อีกเมื่อพ้น
4 ปี นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง
2. นายก อบจ . อาจแต่งตั้งรองนายก อบจ . ซึ่งมิใช่สมาชิกสภา อบจ
. ได้ตามเกณฑ์ ดังนี้
o
อบจ . ที่มีสมาชิกสภา อบจ . 48 คน แต่งตั้งได้ไม่เกิน 4 คน
o
อบจ . ที่มีสมาชิกสภา อบจ . 36 คนหรือ 42 คน แต่งตั้งได้ไม่เกิน
3 คน
o
อบจ . ที่มีสมาชิกสภา อบจ . 24 คนหรือ 30 คน แต่งตั้งได้ไม่เกิน
2 คน
3. นายก อบจ . อาจแต่งตั้งเลขานุการหรือที่ปรึกษานายก อบจ . ซึ่งมิใช่สมาชิกสภา
อบจ . ได้จำนวนรวมกัน ไม่เกิน 5 คน
อำนาจหน้าที่ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด
1. ก่อนเข้ารับหน้าที่ นายก อบจ . ต้องแถลงนโยบายต่อสภา อบจ . โดยไม่มีการลงมติ
หากไม่สามารถดำเนินการได้ให้ทำเป็นหนังสือ แจ้งต่อสมาชิกสภา อบจ
. ทุกคน และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อสภา
อบจ . เป็นประจำทุกปี
2. มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
1. กำหนดนโยบายโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย
และรับผิดชอบในการบริหารราชการ ของ อบจ . ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ
ข้อบังคับ ข้อบัญญัติ และนโยบาย
2. สั่ง อนุญาต
และอนุมัติเกี่ยวกับราชการของ อบจ .
3. แต่งตั้งและถอดถอนรองนายก
อบจ . เลขานุการนายก อบจ . และที่ปรึกษา นายก อบจ .
4. วางระเบียบเพื่อให้งานของ
อบจ . เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
5. รักษาการให้เป็นไปตามข้อบัญญัติ
อบจ .
6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้
และกฎหมายอื่น
3. ควบคุม และรับผิดชอบในการบริหารราชการของ อบจ . ตามกฎหมายและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ
และลูกจ้าง อบจ .
4. มีสิทธิเข้าประชุมสภา อบจ . และมีสิทธิแถลงข้อเท็จจริงตลอดจนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับงานในหน้าที่ของตนต่อที่ประชุม
แต่ไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน
5. ในกรณีฉุกเฉินซึ่งจะเรียกประชุมสภา อบจ . ให้ทันท่วงทีมิได้
นายก อบจ . อาจออกข้อบัญญัติชั่วคราวที่มิใช่ข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมได้
เมื่อได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสามัญประจำสภา อบจ .
6. กรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภา อบจ . หรือสภา
อบจ . ถูกยุบตาม มาตรา 22 วรรคหก หากมีกรณีที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนซึ่งปล่อยให้เนิ่นช้าไปจะกระทบต่อประโยชน์สำคัญของราชการหรือราษฎร
นายก อบจ . จะดำเนินการไปพลางก่อนเท่าที่จำเป็นก็ได้
7. หากละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความ
สงบเรียบร้อยของประชาชน อาจถูกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้โดยการเสนอของ
ผู้ว่าราชการจังหวัด
ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับในพื้นที่ อบจ .
1. ได้รับการแก้ไขปัญหาพัฒนาความเป็นอยู่และการบริการสาธารณะจาก
อบจ . ตามอำนาจหน้าที่ของ อบจ .
2. มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา อบจ . และนายก อบจ .
3. มีสิทธิเข้าชื่อกันเสนอให้ออกข้อบัญญัติ อบจ .
4. มีสิทธิขอข้อมูลข่าวสารจาก อบจ .
5. มีหน้าที่ไปเลือกตั้งสมาชิกสภา อบจ . และนายก อบจ .
6. มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบัญญัติของ อบจ .
7. ร่วมกับ อบจ . พิจารณาข้อดี ข้อเสีย โครงการของรัฐตามกระบวนการประชาพิจารณ์ด้วยเหตุผลของตนเองอย่างบริสุทธิ์ใจ
และอย่างสันติ
8. ติดตามการดำเนินงานของ อบจ . อย่างใกล้ชิด
9. มีส่วนร่วมในการจัดทำแผนพัฒนา อบจ . การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง
การตรวจสอบ การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของ
อบจ . ตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น และหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
10. ลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภา อบจ . หรือผู้บริหาร อบจ . หากเห็นว่า
ผู้นั้นไม่สมควรดำรงตำแหน่งต่อไป
อำนาจหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด
ตาม พรบ . กำหนดแผนและขั้นตอนกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2542
*****************
มาตรา 17 ภายใต้บังคับมาตรา 16 ให้องค์การบริการส่วนจังหวัด
มีอำนาจหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นของตนเอง
ดังนี้
1. การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
2. การสนับสนุนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น
3. การประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
4. การแบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
5. การคุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาป่าไม้ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
6. การจัดการศึกษา
7. การส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค และสิทธิเสรีภาพของประชาชน
8. การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถิ่น
9. การส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะสม
10. การจัดตั้งและดูแลระบบบำบัดน้ำเสียรวม
11. การกำจัดมูลฝอย และสิ่งปฏิกูลรวม
12. การจัดการสิ่งแวดล้อมและมลพิษต่าง ๆ
13. การจัดการและดูแลสถานีขนส่งทั้งทางบกและทางน้ำ
14. การส่งเสริมการท่องเที่ยว
15. การพาณิชย์ การส่งเสริมการลงทุน และการทำกิจการไม่ว่าจะดำเนินการเองหรือร่วมกับบุคคลอื่นหรือจากสหการ
16. การสร้างและบำรุงรักษาทางบกและทางน้ำที่เชื่อมต่อระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
17. การจัดตั้งและดูแลตลาดกลาง
18. การส่งเสริมการกีฬา จารีตประเพณี และวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น
19. การจัดให้มีโรงพยาบาลจังหวัด การรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดต่อ
20. การจัดให้มีพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุ
21. การขนส่งมวลชนและการวิศวกรรมจราจร
22. การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
23. การจัดให้มีระบบรักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัด
24. จัดทำกิจการใดอันเป็นอำนาจและหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตและกิจการนั้นเป็นการสมควรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
ร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดทำ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
25. สนับสนุนหรือช่วยเหลือส่วนราชการ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น
26. การให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือองค์กรปกครองท้องถิ่นอื่น
27. การสังคมสงเคราะห์ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก สตรี คนชรา และผู้ด้อยโอกาส
28. จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจและหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
29. กิจการอื่นใดที่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
อำนาจหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ตามประกาศคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เรื่อง กำหนดอำนาจ และหน้าที่ในการจัดระบบบริการสาธารณะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
ข้อ 1 ลักษณะของการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วนจังหวัดในการให้บริการสาธารณะในเขต
จังหวัด
1. ดำเนินงานในโครงการที่มีขนาดใหญ่ที่เกินศักยภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในเขตจังหวัด
2. เป็นการดำเนินงานที่ปรากฏถึงกิจกรรมที่เป็นภาพรวมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดที่มุ่งต่อประโยชน์ของท้องถิ่นหรือประชาชนเป็นส่วนรวม
และไม่เข้าไปดำเนินงานที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัดสามารถดำเนินการได้เอง
3. เข้าไปดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการในลักษณะที่มีความคาบเกี่ยวต่อเนื่อง
หรือมีผู้ที่ได้รับประโยชน์ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า 1
แห่งขึ้นไป
ข้อ 2 ในการดำเนินการตามอำนาจและหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดตามข้อ
1 องค์การบริหารส่วนจังหวัด ควรจะดำเนินการเพื่อให้เป็นไป
ในลักษณะดังนี้ คือ
1. การจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นของตนเองและประสานการจัดทำแผนจังหวัด
โดยการสร้างและพัฒนา ระบบการประสานแผนการพัฒนาท้องถิ่นในจังหวัดเพื่อนำไปสู่การใช้จ่ายงบประมาณในการพัฒนาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความสมดุลย์และคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ
2. การก่อสร้างและบำรุงรักษาโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่
หรือมีการเกี่ยวเนื่องกันหลายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือในลักษณะที่เป็นเครือข่ายหลักในการเชื่อมโยงกับแผนงานโครงการที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัด
3. การจัดการศึกษา สาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชน
ในระดับจังหวัด และไม่เป็นการซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัด
โดยมี วัตถุประสงค์ เพื่อขยายศักยภาพและมุ่งต่อผลสัมฤทธิ์ในการพัฒนาการศึกษา
สาธารณสุข การสังคมสงเคราะห์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัด
4. การส่งเสริมจารีต ประเพณี วัฒนธรรม การท่องเที่ยว การส่งเสริมการลงทุน
และพาณิชยกรรมของจังหวัด
5. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในระดับจังหวัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำ
หน้าที่เป็นองค์กรหลักในการกำจัดมูลฝอย สิ่งปฏิกูลรวม การดูแลระบบบำบัดน้ำเสียรวมให้แก่องค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัด
6. ให้บริการด้านเทคนิค วิชาการ เครื่องมือ เครื่องจักรกล บุคลากร
แก่องค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นอื่น ในเขตจังหวัด
7. ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจตามที่กำหนดไว้ในแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอน
การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมถ่ายโอนที่องค์การ
บริหารส่วนจังหวัด มีหน้าที่ที่ต้องทำ
ข้อ 3 การสนับสนุนงบประมาณให้แก่ราชการส่วนกลาง
ส่วนภูมิภาค จะกระทำได้แต่เฉพาะกรณีที่อยู่ในอำนาจ หน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่จะต้องดำเนินการเอง
แต่ไม่สามารถดำเนินการเองได้ เนื่องจากเป็นงานปฏิบัติซึ่งจะต้องใช้เทคนิควิชาการสูง
และหน่วยงานของรัฐนั้นมีความสามารถที่จะดำเนินการได้ดีกว่า และผลของการให้การสนับสนุนนั้นจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานตามอำนาจ
หน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
การสนับสนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นในจังหวัด จะกระทำได้เป็นกรณีที่
เร่งด่วนและจำเป็นหากไม่ดำเนินการจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชน
การให้การสนับสนุนแก่ประชาคม องค์กรประชาชน ควรเป็นไปในลักษณะของการ
ส่งเสริมความสามารถดำเนินการ โดยใช้ศักยภาพของตนเองในการบริหารจัดการในลักษณะของการ
ร่วมคิด ร่วมทำร่วมรับผลประโยชน์ โดยไม่ให้การสนับสนุนในลักษณะของการให้สิ่งของ
หรือการเข้าไปดำเนินการแทน
ข้อ 4 หากมีปัญหา ข้อขัดข้อง ในการดำเนินงานตามอำนาจและหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวีดตามที่กำหนดไว้ในข้อ
1 ข้อ 2 และข้อ 3 ให้ผู้ว่าราชการทำหน้าที่ในการวินิจฉัยและดำเนินการตามประกาศนี้
อำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
ตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ. ศ. 2540
และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง ฉบับที่ 3 พ. ศ. 2546
1. (มาตรา 45) มีอำนาจหน้าที่ดำเนินกิจการภายในเขต อบจ . ดังต่อไปนี้
1. ตราข้อบัญญัติโดยไม่ขัดหรือแย้งต่อกฎหมาย
2. จัดทำแผนพัฒนาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และประสานการจัดทำแผนพัฒนาจังหวัดตามระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
3. สนับสนุนสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่นในการพัฒนาท้องถิ่น
4. ประสานและให้ความร่วมมือในการปฏิบัติหน้าที่ของสภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
5. แบ่งสรรเงินซึ่งตามกฎหมายจะต้องแบ่งให้แก่สภาตำบลและราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
6. อำนาจหน้าที่ของจังหวัดตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการส่วนจังหวัด
พ . ศ . 2498 เฉพาะภายในเขตสภาตำบล
7. คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
(7 ทวิ ) บำรุงรักษาศิลปะ จารีตประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น และวัฒนธรรมอันดีของท้องถิ่น
8. จัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่นที่อยู่ในเขตองค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด และกิจการนั้นเป็นการสมควรให้ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นร่วมกันดำเนินการหรือให้องค์การบริหารส่วนจังหวัด
จัดทำ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
9. จัดทำกิจการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจ
หน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
บรรดาอำนาจหน้าที่ใดซึ่งเป็นของราชการส่วนกลาง หรือราชการส่วนภูมิภาคอาจมอบให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดปฏิบัติได้
ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
2. (มาตรา 45/1) การปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน โดยใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี
และให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ จัดทำแผนพัฒนา องค์การบริหารส่วนจังหวัด
การจัดทำงบประมาณ การจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบ การประเมินผลการปฏิบัติงาน
และการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับว่าด้วยการนั้น
และหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด
3. (มาตรา 46) องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจจัดทำกิจการใด ๆ อันเป็นอำนาจหน้าที่ของราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
หรือ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอื่นที่อยู่นอกเขตจังหวัดได้ เมื่อได้รับความยินยอมจากราชการส่วนท้องถิ่นอื่น
หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
4. (มาตรา 47) กิจการใดเป็นกิจการที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดพึงจัดทำตามอำนาจหน้าที่
ถ้าองค์การบริหารส่วนจังหวัดไม่จัดทำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
อาจมีคำสั่งให้ราชการส่วนกลางหรือราชการส่วนภูมิภาคจัดทำกิจการนั้นได้
ในกรณีที่ราชการส่วนกลาง หรือ ราชการส่วนภูมิภาคจัดทำกิจกรรมตามวรรคหนึ่ง
ให้คิดค่าใช้จ่ายและค่าภาระต่าง ๆ ตามความเป็นจริงได้ตามอัตราและระยะเวลาที่เหมาะสม
5. (มาตรา 48) องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจให้บริการแก่เอกชน ส่วนราชการ
หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือ ราชการส่วนท้องถิ่นอื่นโดยเรียกค่าบริการได้
โดยตราเป็นข้อบัญญัติ
6. (มาตรา 49) องค์การบริหารส่วนจังหวัดอาจมอบให้เอกชนกระทำกิจการซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดและเรียกเก็บค่าธรรมเนียม
ค่าบริการหรือค่าตอบแทนที่เกี่ยวข้องแทนองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้
แต่ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด
เสียก่อนหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการให้กระทำกิจการตามวรรคหนึ่ง
ให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวงมหาดไทยกำหนด สิทธิในการกระทำกิจการตามวรรคหนึ่ง
เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไป ไม่ได้
7. (มาตรา 50) การดำเนินกิจการขององค์การบริหารส่วนจังหวัดที่มีลักษณะเป็นการพาณิชย์
อาจทำได้โดยตราเป็น ข้อบัญญัติ ทั้งนี้ ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยกำหนด
|